|
FORD LASER 1.6
เป็นรถเก๋งรุ่นเดียวของ ค่ายฟอร์ด หลังจากที่บริษัท ฟอร์ด เซลส์
แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด เข้ามาทำตลาดอย่างเป็นทางการ
และเมื่อไม่นานมานี้ก็ได้เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็นบริษัท ฟอร์ด
ประเทศไทย ในอนุกรมของ
Laser
เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อกลางเดือนมีนาคม 2543
แบ่งเป็นสองรุ่นหลักๆ ตามขนาดของเครื่องยนต์
ตัวแรกเป็นเครื่องพิกัด 1600 ซี.ซี.
GHAI
มีเฉพาะเกียร์อัตโนมัติเพียงอย่างเดียว Laser
เปิดตัวพร้อมๆ กับ มาสด้า prote'ge'
ช่วงแรกที่เปิดตัวนั้น Laser
ถูกวางตัวให้มีราคาต่ำกว่า โดยตัดอุปกรณ์อำนวนความสะดวกและความสวยงามออกไปบ้าง
รวมถึงชื่อเสียงของค่ายดีขึ้นมาก
บวกกับรูปร่างหน้าตาสไตล์อเมริกันที่ถูกใจคนไทยอีกหลายๆ คน
เลยทำให้ยอดขายขยับขึ้นมาอยู่ในระดับที่น่าพอใจ
หลังจากที่ขายได้ประมาณ 2 ปีเศษ ก็ถึงคราวไมเนอร์เชนจ์หน้าตาใหม่ครั้งนี้ดูหรูหราโอ่อ่ากว่าเดิมเยอะ
และย้ายฐานการผลิตไปอยู่ที่ประเทศฟิลิปปินส์โดยที่เครื่องยนต์ยังคงมีให้เลือก
2 รุ่นเช่นเดิม
จนเมื่อต้นปีได้มีการเสริมทัพด้วยการนำรุ่นพิเศษในรหัส
RS ที่ใช้เครื่องยนต์ ขนาด 2000 ซี.ซี.
พร้อมการปรับโฉมให้มีความเป็นสปอร์ตมากยิ่งขึ้น
|
 |
ภายในห้องโดยสารนั้นค่อน
ข้างกว้างขวางพอสมควร
แต่เมื่อเจอคู่แข่งที่ออกมาที่หลังเบ่งขนาดตัวเต็มที่
ทำให้ภายในดูเล็กลงไปบ้างเหมือนกัน พนักพิงเบาะสามารถพับได้แบบ
60/40 เพื่อ
เพิ่มเนื้อที่ในการบรรทุกสัมภาระวัสดุภายในกำมะหยี่เล่มลวดลายสลับกับสีพื้น
ภาพรวมของห้องโดยสารจึงออกมาในโทนเข้ม
อาจจะไม่ถูกใจวัยรุ่นสักเท่าไหร่นักแผงมาตรวัดทรงกลมสไตล์สปอร์ต
มาตรวัดความเร็วขนาดใหญ่ มีข้อติอยู่นิดที่ไม่มีไฟบอกตำแหน่งเกียร์
ทำให้คนที่ไม่ค่อยเคยชินต้องก้มมาดูตำแหน่งที่คันเกียร์บ่อยๆ
การตอบสนองของเครื่องยนต์ตัวนี้ถือว่าทำได้ดี
เป็นผลมาจากการออกแบบเครื่องยนต์ให้มีแรงบิดตั้งแต่รอบต่ำถึงช่วงปานกลาง
เครื่องยนต์ตอบสนองโดยทันที่เมื่อกดคันเร่ง
ให้ความรู้สึกคล่องตัวในสภาพการจราจรที่ติดขัด
สำหรับการเดินทางไกลที่ความเร็วเฉลี่ย 110-120 กม./
ชม.ยังมีกำลังรองเหลือสำหรับการเร่งแซง
จุดเด่นของรถรุ่นนี้ที่หลายคนติดใจคือระบบเบรกและช่วงล่างที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีเดียวจากมาสด้าที่ขึ้นชื่อมานาน
ให้ด้านการทรงตัวเที่เรียกว่าเกาะหนึบเหมาะสำหรับคนที่ชอบขับขี่ด้วยความเร็ว
ไม่มีอาการว่อกแว่กหรือโยนตัวแม้จะวิ่งผ่านผิวถนนที่เห็นลูกคลื่นก็ตาม
ทำให้มีสมาธิและลดความเครียดในการควบคุมรถได้มาก
ซึ่งเหนือกว่ารถญี่ปุ่นระดับเดี่ยวกันและรุ่นใหญ่กว่าบางรุ่น
ทำให้ผู้ที่คุ้นเคยกับระบบช่วงล่างแบบนี้ซื้อโดยไม่ต้องลังเลน้ำหนักของแป้นเบรกค่อยข้างดี
สามารถควบคุมการหยุดได้ตามสามารถควบคุมการหยุดได้ตามที่ต้องการ
เป็นข้อดีอีกข้อที่ช่วยในเรื่องของการบังคับควบคุมให้ปลอดภัยมากขึ้น
แต่ระบบช่วงล่างแบบนี้อาจจะไม่ถูกใจคนที่ชอบความนุ่มนวลเป็นหลัก
จุดที่ควรตรวจสอบ
สำหรับตัวรถรุ่นแรกนั้นตรวจเซ็กง่ายเพรามีการซอยรุ่นน้อย
โดยเฉพาะเครื่อง 1600 ซี.ซี. จะแบ่งเป็นเกียร์อัตโนมัติกับเกียร์ธรรดาเท่านั้น
จะมีรุ่นไมเนอร์เชนจ์แล้วที่จะมีการซอยรุ่นย่อยมากขึ้น
ภาพนอก
ในรุ่น 1.6 GLXi
นั้นจะเป็นล้อเหล็กปั๊มขึ้นรูปพร้อมฝากครอบ และจะไม่มีสปอร์ตไลด์หน้ามาให้
เว้นแต่ซื้อเพิ่มหรือได้แถมจากโชว์รูม
ภายใน
ห้องโดยสารนั้นจะสังเกตได้ว่าเป็นรุ่น 1.6 GLXi
ก็คือกระจกมองข้างจะไม่มีระบบพับเก็บด้วยไฟฟ้า
และจะมีถุงลมนิรภัยด้านคนขับเพียงใบเดียว
อีกจุดหนึ่งภายในห้องโดยสารที่แตกต่างรุ่น
1.8 GHIA
ก็คือเบาะผู้โดยสารด้านหน้าจะเป็นแบบธรรมดาพับลงมาเป็นโต๊ะไม่ได้
ระบบเบรกในรุ่น 1.6 GLXi
ด้านหลังจะเป็นครัมเบรก และไม่มีระบบป้องกันล้อล็อกตาย
ABS
|
Ford
Laser 1.6 |
เครื่องยนต์
ZMD
ปริมาณกระบอกสูบ
1597
ซี.ซี.
ความกว้างกระบอกสูบ 78.0x83.6
มม.
อัตราส่วนกำลังอัด
9.0 : 1
กำลำสูงสุด
107 แรงม้า ที่ 5500 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด
14.5 กก.-ม. ที่ 4000 รอบ/นาที
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง
หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์
|
|
บทสรุป |
รถรุ่นนี้เท่าที่ได้รับฟังปัญหามานั้น
ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีอะไร
ที่เจอก็จะเป็นเรื่องของการเดินเบาไม่นิ่งและเครื่องยนต์สะดุดเวลาเร่งในรถที่ใช้งานมาประมาณ
60000-70000 กม. สาเหตุมาจากคอยล์จุดระเบิดเสื่อม
ซึ่งราคาก็ไม่แพง ตกตัวละพันนิดๆ เท่านั้น
แต่ที่น่าเป็นห่วงคือราคามือสองค่อนข้างหดหาย
แต่เราก็ไม่ค่อยเห็นรถรุ่นนี้มีการเปลี่ยนมือมากนัก
สำหรับตัวรถในปี 2000 นั้นราคาอยู่ประมาณ 350000-360000
บาท ขึ้นอยู่กับสภาพและความสมบูรณ์ด้วยครับ
|
|
ความเห็นจากผู้ใช้ |
|
ตอนแรกก็ลังเลไม่กล้าซื้อ
เพราะชื่อเสียงที่ไม่ค่อยดีนักในอดีต
แต่ชอบหน้าตาที่สวยแบบรถอเมริกันจึงตัดสินใจซื้อ
ส่วนเรื่องของศูนย์บริการก็น่าพอใจและอะไหล่ไม่แพง
โดยรวมแล้วชอบมาก เพราะเกาะถนนดี และอัตรเร่งก็น่าพอใจ |
|