|
โฟล์คสวาเก้นเผยโฉมรถต้นแบบที่มีนามว่าแร็กสเตอร์
ดูก็รู้ได้ทันทีว่าด้วยรูปลักษณ์สวย ดุดัน
และท้าทายสายตาเช่นนี้จะต้องบ่งบอกความเป็น นิว บีทเทิล
รุ่นใหม่ที่น่าติดตามอย่างแน่นอน
การเปลี่ยนแปลงของนิว บีทเทิล ที่เห็นนี้
นับเป็นครั้งแรกหลังจากการปรากฏตัวครั้งแรกเมื่อปี 1998
และดูเหมือนจะเป็นกรท้าทายที่น่าสนใจมาก
ความโดดเด่นของรูปลักษณ์ภายนอกอยู่ที่หลังคาที่ถูกหั่นให้เตี้ยลง
พร้อมปรับพื้นที่กระจกหน้าให้สั้นลง
บ่งบอกความโฉบเฉี่ยวอย่างเห็นได้ชัด โดยนำเอาเอกลักษณ์ของโฟล์คสวาเก้นบีทเทิลที่มีความคลาสสิกมาผสมผสานกับการออกแบบให้แต่ละส่วนแบนเรียวมากขึ้น
โดยเฉพาะความสูงของหลังคาถูกลดความสูงลงมาถึง 11 ซม.
ซุ้มล้อยื่นออกมามากกว่าเดิม และกันชนแบนขึ้นเพื่อเพิ่มความดุดัน

รถต้นแบบที่เห็นนี้ถูกออกแบบใหม่หมดตั้งแต่หัวจรดเท้า
ถึงแม้จะยังมีโครงร่างของบีทเทิลให้เห็นแต่ในรายละเอียดแล้วจะแตกต่างกันมาก
โดยโฟล์คสวาเก้นมีความพร้อมที่จะผลิตออกมาจำหน่ายได้ภายในปีหน้า
ซึ่งการนำออกมาให้เห็นโฉมหน้าเป็นการยั่วน้ำลายก่อนเช่นนี้
เป็นวิธีการแบบเดียวกับที่โฟล์คสวาเก้นออกแบบให้รถต้นแบบ คอนเซ็ปต์
1 ที่ปรากฏโฉมครั้งแรกเมื่อ 10 ปีที่แล้ว
ก่อนที่จะถึงการกลับมาของความคลาสสิกแบบเต่าทองในนาม นิว บีทเทิล
ที่เราได้เห็นกันไปแล้ว
สำหรับชื่อแร็กสเตอร์นั้น บ่งบอกถึงการผสมผสานระหว่างการเป็นรถยนต์
แร็กท็อป หรือแบบหลังคาผ้าใบ กับการเป็นรถสปอร์ตแบบโรดสเตอร์
โดยรถยนต์คันนี้
ยังได้รับการปรับปรุงตัวถังให้แข็งแกร่งกว่าเดิมด้วยการเสริมตัวถังด้วยแท่งอลูมีเนียมที่มีความแข็งแกร่งสูงเส้นสายของรถและการออกแบบดูคมเฉี่ยวกว่านิว
บีทเทิลรุ่นปัจจุบันมาก ฝากระโปรงท้ายสามารถเปิดได้ยาวถึงกระจกหลัง
และสามารถที่จะเปิดเฉพาะฝากระโปรงท้าย
หรือเปิดพร้อมทั้งกระจกหลังด้วยก็ได้
เพรากระจกบังลมหลังสามารถถอดเก็บได้
หลังคาผ้าใบเลื่อนสามารถเปิด-ปิดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์
เลื่อนมายาวถึงเสา C
pillar
โดยกดปุ่มบังคับที่ติดตั้งให้ใช้งานอย่างสะดวกสบายบนพวงมาลัยรถ
เป็นไปได้มากกว่าความโดดเด่นของหลังคาและความสะดวกสบายของฝากระโปรงท้ายนี้จะมีให้เห็นในนิว
บีทเทิลตัวใหม่ ซึ่งจะมาแทนที่ตัวธรรมดาและรุ่นเปิดประทุน
ความเปลี่ยนแปลงอื่นถูกจำกัดอยู่ที่ไฟหน้า
และหลังซึ่งจะมีความเป็นมุม เป็นเหลี่ยมมากขึ้น
โดยไฟท้ายจะมีไฟเลี้ยวและไฟถอยหลังที่ดูแยกออกจากกัน
ไฟหน้าจะเป็นเหลี่ยมกว่าที่เป็นในนิว บีทเทิลรุ่นปัจจุบัน
ล้ออัลลอยด์สีกราไฟต์ขนาด 19 นิ้ว
เป็นอีกหนึ่งในเอกลักษณ์เฉพาะของโฟล์คสวาเก้น แร็กสเตอร์
โดยยางแก้มเตี้ยจากบีเอฟ กู๊ดริช
มาพร้อมแถบสีแดงแสดงความคลาสสิกของรถฮอตร็อคยุคซิกส์ตี้ได้อย่างชัดเจน
ภายในตัวรถติดตั้งเบาะนั่งแบบรถแข่งและพวงมาลัยสปอร์ตแบบวงป้าน
ความโดดเด่นอื่น ๆ ประกอบด้วยคอนโซลกลางสีเดียวกับตัวรถ
กระจกส่องหลังติดตั้งบนคอนโซลหน้า และที่จับประตูแบบอัลลอย
คาดว่าจะมีให้เห็นใน นิว บีทเทิลใหม่อย่างแน่นอน........
นิว
บีเทิล ก่อนจะเป็น นิว บีเทิล
โฟล์คสวาเก้น
กับ บีเทิล คือเรื่องราวที่เป็นตำนานผูกพันกันมาอย่างเนิ่นนาน
ถึงกับกล่าวได้ว่า โฟล์คสวาเก้นแจ้งเกิดในตลาดโลกขึ้นมาจาก บีเทิลนั่นเอง
ด้วยความที่บีเทิลเป็นรถที่มีเอกลักษณ์ เป็นของตัวเองอย่างชัดเจน
และโดดเด่น เป็นรถที่ใช้งานง่าย ทนทาน
ทำให้ได้รับความนิยมไปทั่วโลก มีระยะเวลาในตลาดยืนยาวหลาย 10 ปี
โดยไม่ ได้เปลี่ยนแปลงรูปทรงหลัก และมีปริมาการผลิตออกมารวมแล้วกว่า
10 ล้านคัน นับจากการเริ่มต้นในปี 1949
จนถึงการปิดสายการผลิตหลักจากเยอรมนีในปี 1975
แต่ยังคงมีการผลิตในเม็กซิโก และบราซิล จนพิ่งจะปิดสายการผลิตบีเทิลอย่างเป็นทางกการไปเมื่อปี
2003 ที่ผ่านมานี้เอง เท่ากับว่าบีเทิลมีอายุอยู่ในตลาดนานที่สุดในโลกคือประมาณ
55 ปี ถือเป็นรถยนต์ทีประสบความสำเร็จสูงที่สุดในโลกก็ว่าได้
เมื่อปี 1997 โฟล์คสวาเก้น เปิดโครงการออกแบบและนำบีเทิลกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
เป็นบีเทิลที่มีชีวิตชีวาสมัยใหม่ และเริ่มเปิดตัวสู่สาธารณะในปี
1998 บีเทิลใหม่ยังคงรูปทรงที่มีเอกลักษณ์เช่นเดิม และยังคงเป็นบีเทิลที่ประสบความสำเร็จอีกครั้งหนึ่ง
นิว
บีเทิล โลดแล่นบนท้องถนนทั่วโลก
จัดเป็นรถที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามอีกรุ่นหนึ่งในช่วงเวลาเกือบ
7 ปี โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปโฉม จนถึงครั้งนี้ นิว บีเทิลจึงได้มีการดีไซน์ใหม่อีกครั้งหนึ่ง
ให้เป็น นิว บีเทิลของ นิว บีเทิล ครั้งแรกและเป็นครั้งสำคัญด้วย
นิว
บีเทิลในไทย
สำหรับในประเทศไทย โฟล์คสวาเก้นมีผู้แทนจำหน่ายคือ
บริษัทไทยยานยนต์ จำกัด ในเครือ ยนตรกิจ เริ่มนำรถยนต์
New Beetle
เข้ามาโชว์ตัวตั้งแต่ปี 1998 แต่ความที่เป็นรถยอดนิยมทั่วโลก
ทำให้ไม่ได้โควตาในปีเดียวกันนั้น ต้องรอจนถึงปี 2000
จึงได้รถมาอยู่ในโควตา 100 คัน ยนตรกิจได้ใช้วิธีการจำหน่ายที่แปลกใหม่
ในสารบบการจำหน่ายรถยนต์ในประเทศไทยคือ
จัดให้มีการประมูลผ่านอินเตอร์เน็ตสำหรับผู้ที่สนใจ
จนได้สรุปราคาขาย 1.55 ล้านบาท ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
หลังจากนั้นการจำหน่ายบีเทิลใหม่ยังเป็นไปในลักษณะที่ต้องรอให้ได้โควตาก่อน
จึงจะเปิดให้ผู้สนใจได้จองเป็นระยะ ๆ
โดยรวมแล้วมีการจำหน่ายไปทั้งสิ้นประมาณ 300 คัน หมดไปเมื่อปี
2003 สำหรับรุ่นสุดท้ายราคา 1,790,000 บาท
อย่างไรก็ตามยังมีการนำเข้าโฟล์คสวาเก้น นิวบีเทิล
เข้ามาจำหน่วยผ่านช่องทางของผู้นำเข้าอิสระอีกจำนวนหนึ่งจนถึงปัจจุบันนี้
ส่วนรถยนต์โฟล์คสวาเก้นรุ่นอื่น ๆ ที่บริษัท ไทยยานยนต์จำกัด
จำหน่ายมีรถยนต์นั่งพาสสาท เครื่องยนต์เบนซิล 2.3 ลิตร และดีเซล
ทีดีไอ 1.9 ลิตร และรถตู้คาราเวล เครื่องยนต์เบนซิล 3.2 ลิตร
และเครื่องยนต์ ดีเซล 2.5 ลิตร
|